พระพุทธรูปบังพระพุทธเจ้า คัมภีร์บังพระธรรม ลูกชาวบ้านบังพระสงฆ์
posted on 29 May 2010 22:22 by jonggonnee
อันนี้เป็นคำพูดของท่านอาจารย์พุทธทาส เมื่อหลายปีมาแล้ว ประมาณ 40 ปีล่วงมาแล้ว ท่านได้มาปาฐกถาธรรมที่พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ตรงข้ามกับวัดบวรนิเวศน์วิหาร ตรงนั้นเมื่อก่อนนี้เป็นมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนา ตรงหน้าวัดบวรฯ หลังจากเป็นพุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ก็มาเป็นมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย เรียกชื่อว่า สภาการศึกษามหามกุฎราชวิทยาลัย มหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาอยู่ระยะหนึ่ง
การที่พระพุทธอย่างที่คนทั้งหลายนับถือยึดมั่นถือมั่นในสิ่งเหล่านี้ว่าขลังว่าศักดิ์สิทธิ์ แล้วก็สามารถจะบันดาลสิ่งต่างๆให้ได้ อย่างนั้น เป็นการบังไม่ให้เห็นพระพุทธเจ้าองค์จริง คือว่าถ้าไปติดอยู่เพียงแค่นั้น ก็ไปไม่ถึงพระพุทธคุณ มีพระปัญญาคุณ พระกรุณาคุณ พระบริสุทธิคุณ ที่เรียกว่า กราบพระไม่ถึงพระ ติดอยู่ที่พระพุทธรูปปางนั้นๆ
ทีนี้มาพูดถึงคัมภีร์บังพระธรรม คือถ้ามัวแต่อ่านคัมภีร์ ศึกษาคัมภีร์ ยึดมั่นถือมั่นแต่คัมภีร์ แต่ว่าไม่ได้ปฏิบัติธรรมให้รู้แจ้งเห็นจริง ทำให้คัมภีร์นั้นมาบังพระธรรม คือว่าหลงอยู่ในคัมภีร์ ติดอยู่ในคัมภีร์ คิดว่าการได้เล่าเรียนนักธรรมตรี นักธรรมโท นักธรรมเอก เปรียญสาม ถึงเปรียญเก้า ได้เรียนอะไรต่ออะไรที่เขาเรียนกันอยู่มากมาย ก็ถือว่าเป็นความสำเร็จแล้ว ก็เลยนอนกอดคัมภีร์อยู่อย่างนั้น ไม่ได้ปฏิบัติธรรมให้สมควรแก่ธรรม คือว่าไม่ได้เอาธรรมที่ได้ศึกษาเล่าเรียนมาปฏิบัติให้บังเกิดผลขึ้น ก็เรียกว่า คัมภีร์มาบังพระธรรมตัวจริง เพราะว่าพระธรรมตัวจริงนั้นอยู่ที่การปฏิบัติ แต่ว่าการศึกษาเล่าเรียนเป็นการนำเข้าไปเป็นแผนที่ที่บอกทางให้ว่าเราควรจะไปทางไหน ควรจะไปอย่างไร อันนี้ถ้าเผื่อไม่ได้นำมาปฏิบัติก็เป็นการว่า เอาคัมภีร์มาบังพระธรรม
ถ้าคนนับถือพระสงฆ์ที่เพียงแต่นุ่งเหลืองห่มเหลือง โกนศีรษะเป็นพระสงฆ์ โดยไม่คำนึงถึงข้อปฏิบัติของพระสงฆ์ ไม่ได้คำนึงถึงสังฆคุณ ที่ว่าสุปฏิปันโน ปฏิบัติดี อุชุปฏิปันโน ปฏิบัติตรง ญายปฏิปันโน ปฏิบัติเพื่อญายธรรม คือธรรมที่ควรรู้ หรือนิพพาน สามีจิปฏิปันโนปฏิบัติชอบ ไม่มีคุณสมบัติอย่างนี้ แล้วก็ไปบำรุงลูกชาวบ้านที่มาบวชเป็นพระสงฆ์ เพื่ออาชีพ หรือเพื่ออะไรก็แล้วแต่ โดยไม่มีคุณสมบัติของพระสงฆ์ที่แท้จริง อย่างนี้เขาเรียกว่าลูกชาวบ้านบังพระสงฆ์
(ขอบคุณข้อมูลจาก อ.วศิน อินทสระ จากหนังสือเรือนธรรมค่ะ)

ได้อ่านเรื่องดีๆตอนเช้านี่ดีจังค่ะ ในสังคมส่วนใหญ่เดี๋ยวนี้มักจะเป็นอย่างนี้ซะด้วยสิคะ
เรื่องนี้อ่านแล้วนึกถึงคำหนึ่งค่ะ
"ผู้รู้ธรรมะ กับผู้มีธรรมะ"
#1 By Pat on 2010-05-30 07:29